เฮ้อออ ไม่ได้อัพบล๊อคซะนาน

จริงๆ กะจะไม่อัพแล้วนะ การอัพบล๊อคแล้วพูดถึงเรื่องของตัวเอง มันก็โอเค

 แต่บางครั้ง เราพาดพิงถึงคนอื่น เราไม่สามารถรู้ได้หรอกว่า เจ้าตัวเค้าเอง รู้สึกอย่างไร

ที่ไม่อยากอัพเพราะว่า เดี๋ยวพาดพิงปุ๊บ ก็มีคน ไม่พอใจปั๊บ 

แต่วันนี้ก็จะเป็นอีกวันที่มีการพาดพิงถึงคนอื่น 5555+

 วันศุกร์ที่ 18 รู้สึกตัว ตอนเที่ยงๆ เพื่อนโทรมา เรื่องที่นัดกันไปที่รร.เก่า

ว่าจะไปอบรมน้องซะหน่อย (น้องๆมันเกเร) ไปถึงแล้ว ไอเจ้าตัวเกเร มันดันรีบหนีกลับบ้านซะก่อน

ก็เลยได้นั่งคุยกับ น้องๆ เด็กดีทั้งหลาย พูดเรื่องการเรียนบ้าง เรื่องการใช้ชีวิตบ้าง

คราวนี้เรารู้สึกเหมือนกับว่า เราเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว รู้กาละเทศะมากขึ้น วางตัวถูก

เดี๋ยวนี้ไม่เข้าใจ เด็กสมัยนี้ แรงกันเหลือเกิน  = = น้องมันเล่าให้ฟัง ว่าคนนู้นไป...กะคนนี้

มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วหรอ  เด็กมอหนึ่ง นุ่งกระโปรง เลยหัวเข่ามาเยอะมากก ขนาดไม่ได้สังเกต ยังเห็นขาอ่อนๆเลย - -

เพื่อนผมมันก็ได้เล่านิทานเรื่องนึงให้น้องๆฟัง ผมจะเล่าในที่นี้ให้เป็นวิทยาทานกับทุกคนละกันนะ เรื่องนี้ อาจจะมีใครเคยได้ยินได้อ่านกันมาบ้างแล้ว มันชื่อเรื่องว่า "ลาแก่ และบ่อดิน" ผมจำไม่ได้แล้วว่าใครเขียน แต่ไม่ใช่คนไทยนะ เค้าแปลมาอีกที ผมขอยกเครดิตให้เค้าด้วยละกัน

เรื่องมันเล่าถึง ชีวิตของลาแก่ ตัวหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่กับชาวนา ลาตัวนี้แก่มากๆแล้ว วันหนึ่ง ชาวนาก็ได้พาลาแก่เดินออกไปข้างนอก ด้วยความที่ลาโง่เขลา ทำให้ลา ตกลงไปในบ่อดินเก่าๆบ่อหนึ่ง มันก็ร้องให้ ชาวนาช่วย ชาวนาก็ครุ่นคิดว่าจะหาทางช่วยเจ้าลายังไงดี คิดไปคิดมา ก็สรุปออกมาว่า ลาตัวนี้ก็แก่มากแล้ว คงใช้ประโยชน์อะไรอีกได้ไม่มาก บ่อดินบ่อนี้ ก็ต้อง กลบอยู่ดี จึงรีบไปเรียก คนในหมู่บ้าน มาช่วยกัน เอาพลั่ว ตักดินลงไปถมบ่อดิน ครั้งแรกที่ ดิน สัมผัสกับหลังลาแก่ตัวนั้น ลาแก่ก็ได้รู้ชะตาชีวิตของตัวเองทันที จึงร้องโหยหวน ออกมา อย่างสุดเสียง ชาวบ้านก็ไม่สนใจ ตักดินลงถมบ่อดินต่อไป ซักพักเจ้าลาก็เงียบไป ชาวนาก็ต้องก้มลงไปดูที่บ่อด้วยความสงสัย ส่วนชาวบ้านก็ช่วยกันติกดิน ถมลงไปเรื่อยๆ  น่าแปลกใจ ชาวนาสังเกตุเห็นว่า ทุกครั้ง ที่ดินลงไปในบ่อ เจ้าลาจะสะบัด แล้วก็ขึ้นมายืนบนดินเหล่านั้น  สุดท้าย เมื่อชาวบ้าน ถมดินลงไปเรื่อยๆๆลาก็ เหยียบดินขึ้นมาสูงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็สามารถขึ้นจากบ่อได้

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อุปสรรค ไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้ หากเรายอมแพ้ตั้งแต่เริ่ม เราก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันทำอะไร เปรียบเหมือนกับดิน ที่คอยเป็นอุปสรรค เจ้าลา สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้

เรื่องนี้ถ้ามองในมุมอุปสรรค เค้าก็สอนเราแค่นั้น แต่ผมมามองอีกมุมหนึ่งว่า ถ้าลาแก่ตัวนี้ ยังทำประโยชน์ได้ ไม่ต้องคอยให้คนอื่นเป็นที่พึ่งให้ตลอด ชาวนาก็คง หาทางช่วยด้วยความเต็มใจ อยากให้คนอื่น เห็นค่าในตัวเรา เราก็ควรทำตัวให้มีคุณค่าด้วย ^^ เหมือนกับเรื่องของความรัก ผมเห็นอะไรมาเยอะพอสมควร คิดว่า ตัวเองก็สามารถ พูดได้ในหลายๆเรื่อง ให้คำปรึกษาคนอื่นได้หลายๆคน ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่เคยมีแฟนมาก่อนก็เถอะ

ความรัก ให้กันง่ายๆได้ แต่อย่าให้หมด เก็บไว้รักตัวเองบ้าง หวงแหนตัวเองบ้าง อย่าให้เค้า ไปทั้งตัว และหัวใจ

พลาดเมื่อไหร่ คนที่เจ็บที่สุดก็ืคือเราเอง คนจะมองไม่เห็นค่า ของความรัก เมื่อมันได้มาง่ายๆ เหมือนกับสิ่งของต่างๆ ของเล่นทั่วไป ได้มาง่ายๆ ก็ไม่หวงแหน ทิ้งๆขว้างๆ ไม่เห็น "คุณค่า" เคยมั้ย ที่คุณพยายามออดอ้อน ขอสิ่งของต่างๆจากพ่อแม่ กว่าจะได้มา ด้วยความยากลำบาก หรือเรา เก็บเงิน ซื้อสิ่งนั้นๆเอง

เราจะรักมาก หวงแหนมาก 

 จบเรื่องที่ไปโรงเรียนและ ^_^

 

มีอีกเรื่องนึง เมื่อคืนไป แอบเกเรมา (ช่วงสอบซะด้วย) ผมก็ได้ขึ้นไปร้องเพลงให้กับเจ้าของวันเกิด จริงๆแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปหรอก แต่เห็นว่าเป็นวันเกิดพี่เค้า ก็เลยไปเสียหน่อย มีแต่คนบอกว่าร้องเพลงเพราะ(แอบเขินอะ)ไม่รู้ว่า แซวเล่นหรือพูดกันจริงๆ 555+ เรื่องของเรื่องคือ เราไม่สบายใจ ที่เห็นคนสองคนไม่พูดกัน

ต่างคนก็คิดกันไปคนละแบบ คนหนึ่งก็คอยว่า เมื่อไหร่อีกคนจะเข้ามาขอโทษ อีกคน ก็คิดว่า คนนั้นไม่นึกถึงแล้ว ตัวเองก็อยากจะพูด แต่  ก็ไม่อยากจะรื้อฟื้นให้มีคนบางคน จะต้องนึกถึง

สุดท้าย ก็ต้องมีคนพูดออกมา ผมไม่รู้หรอกนะว่า ใครเป็นคนพูดก่อน แต่เห็นแล้วไม่สบายใจเลยจริงๆ

ไม่อยากจะให้เรื่องๆนี้ มาทำให้ คนที่มีความรู้สึกดีๆ กันมาเป็นเวลานาน ต้องเกลียดกันไป

ผมเข้าไปขอร้อง เข้าไปพูดแทนให้ ด้วยใจสัตย์จริง น้ำตาที่ไม่เคยไหลมาเป็นเวลานาน คิดว่าตัวเองเป็นคนเข้มแข็งแล้ว สุดท้ายก็อั้นเอาไว้ไม่อยู่ พรากเลยยT^T

 

ผมอยากให้อะไรที่มันแล้วก็แล้วกันไป รู้สึกดีๆกันต่อไป เหมือนที่เคยเป็นมา ^_^

 "เสมอมา และตลอดไป"~~~

 

ปัดกวาดบล๊อค

posted on 27 Sep 2009 09:37 by driverz

จะสอบแล้วสินะ......~_~

อ่านหนังสือไม่ค่อยจะทันเนอะ หรือเพราะว่าก่อนหน้านี้เราชิวเกินไปหว่าาา

 

= = แต่เป็นอะไรไม่รู้นะ ไม่อยากไปอ่านที่หอสมุดอะ >..< รู้สึกอ่านไม่รู้เรื่อง สงสัย ด้วยสายตาคนรอบข้าง และสาวๆ ที่น่ารักมั้ง ทำให้ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือ ฮ่าๆๆ

เมื่อคืน ตอนแรกว่าจะส่งพี่ ปู ที่รถไฟแหละ แต่เนื่องด้วย อะไรไม่รู้ - - เกิดคึก หลังจากติว อังกฤษ เลยอยากจะไปสูดอากาศเล่น ที่ ฉะเชิงเทรา ด้วยเหตุนั้นเอง เราก็ได้ไปเติมแก๊ส เพราะแก๊สจะหมด ... ทีนี้ กลับมาสตาร์ทรถอีกที

รถ มันกลับไปใช้แก๊สไม่ได้ = = (WTF!!!) แล้วเราก็มานึกได้ทีหลังว่า จริงๆแล้ว เราพลาด เข่าไปกระแทกมันนี่เอง555 แย่เนอะ>..<" จิ้มไปจิ้มมาก็กลัวมันจะพัง (เอาวะ น้ำมันก็น้ำมัน ....แต่อุดส่าห์เติมแก๊สเต็มแล้วง๊าาา T T)

ชอบ เส้นทางที่ไป บ้านพี่ปูมาก เป็นอะไรที โค้ง สวยๆ น่าขับเป็นอย่างยิ่ง 555 แต่รู้สึกตอนนั้น บนรถจะกริ๊วกร๊าว ผิดปกติ- -" ตอนแรกกะว่า ไปส่งพี่ปูที่บ้านเลยแล้วก็จะกลับเลย เพราะจะรีบกลับมาอ่าน เนื่องด้วยปัจจัยที่จะต้องรีบกลับมาอ่านหนังสือให้ทัน ~_~

แต่ทว่า... ข้าพเจ้าขับผ่านสวนตรงศาลากลาง สวยมากก เป็นอะไรที่ จี๊ดดดด เหลือเกิ๊นน
ชอบโคมไฟมากๆ ถ่ายแล้วรู้สึกหลอกตา หล่อดี 555 ที่ชอบคือ อากาศดี เอ้อ!! มีห่านด้วย 8 ตัวแน่ะ สีขาว4 สีดำ4 แต่สีดำรู้สึกจะเชื่องกว่าา ... เสร็จแล้วเราก็ไปร้านปูกะเอ กะว่าจะซื้อ ของฝากกลับมาฝากเพื่อนๆ แต่ทว่า... มันปิดนี่สิ= = ก็เลยถ่ายรูป เดี๋ยวจะหาว่าเราหลอก แอบมั่วมา 555 หลังจากเสร็จที่ร้านปูกะเอ เราลองจิ้มๆ ตัวควบคุมระบบเชื้อเพลิงเล่นดู "ติ๊ก!!!" เห้ย!!เสียงแก๊สนี่ เยสส!!!ใช้แก๊สได้แล้วโว้ยยย 555 แทบจะกระโดด ลอยซัก10เมตร พอส่งพี่ปูเสร็จ ก็ กลับมาที่หอ เพราะนึกได้ว่า พี่หนุ่มจะเอารายชื่อ น้องที่ติดค่าย รีบขับกันหูตาเหลือก 555 เสร็จแล้ว ก็คิดกันว่า จะไปที่ไหนกัน - - ก็พาพี่ทราย ไปเอาเสื้อผ้าที่หอ แล้วก็พบกับ สิ่งไม่คาดคิด!!! "SENSOR!!" จริงๆก็คาดคิดไว้แล้วแหละ แต่ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ 5555 อุทานในใจว่า (เยดเข้!!)

วินาทีนั้นเรานึกถึงคำพูดของพี่ปู "เป็นยังไงหล่ะ นางฟ้าของหนูน่ะ" ~_~

เสร็จแล้วพี่ทรายก็กลับมาอาบน้ำ ทีห้อง แล้วเราก็ไป ไอเพลสกัน ตอนแรก เพื่อนๆชวนไปอ่านที่หอสมุด แต่ว่า.. ก็อย่างที่บอกว่า เราอ่านหนังสือที่หอสมุดไม่รู้เรื่อง ... แต่ดีนะ ที่ไอเพลสคนน่ารักไม่เยอะ 555 ไม่งั้นก็คงไม่มีสมาธิเหมือนกัน(พูดงี้ ดูเป็นคนไม่ดีเลยเนอะ>..< แบ่บ โอนเอียงตลอด ใจง่าย ไรงี้~~)

อยู่กันจนถึง ตีสาม ก็มีศพเกิดขึ้นสองศพ... สุดท้ายก็เลยกลับมาที่หอ 

แต่ที่ชอบมากคือ พอจอดรถแล้ว.. ได้ยินเพลง เพราะๆ ฮ่าๆ ขนาดดับเครื่องแล้วยังอยู่ฟังจนจบ ตั้งสองเพลง 

สุดท้ายก็แยกย้ายกันไปนอน

ดีใจนะเนี่ย ที่รู้เรื่องเลขขึ้นมาบ้าง ... เดี๋ยววันนี้จะอ่านเพิ่มอีก~~

 

นี่เป็นรูปที่ ถ่ายกันขำๆเมื่อวาน

คราวหน้า สัญญาว่าจะเอากล้องที่ดีกว่านี้ไปถ่ายนะก๊าบบ >..<

 

edit @ 27 Sep 2009 11:08:08 by [O]ng[A]ng

เปิดซิง blog *0*

posted on 03 Aug 2009 18:37 by driverz

เหมือนจะเคยเขียนบล๊อค ครั้งนึงเมื่อนานมาแล้ววว แต่เอ..เป็นspaceสินะ ไม่ใช่บล๊อค

 เพราะฉันนั้น นี่ก็คงถือเป็นบล๊อคแรกในชีวิต *..* ไม่มีอาไรจะมานำเสนอแฮะ

หลังจากนี้ โปรเจคจะเริ่มต้น จริงๆ อยากเอา A&J Episode 1 มาแปะนะ แต่ว่า กลัวติดคุก -..-

 มันจบไปแล้วนี่เนอะ จบแล้วก็จบปาย

    เมื่อวาน ได้คุยกับอาจารย์โชด้วยแหละ แกพูดให้ข้อคิดมาเยอะเหมือนกัน (ขนาดไม่ใช่นักเรียนในคลาสของแกนะ) การสอบ พลาดแล้วก็พลาดปายย หลังจากกลางภาคก็เอาใหม่ เราัยังมีเวลาแก้ตัว แม้ว่ามันจะ ไม่ง่ายนัก
จากนี้ จะเริ่ม ทบทวนบทเรียน วันท้ายสุดของอาทิตย์ และ เตรียมตัว เรียนในบทถัดๆไป

 วันนี้ ไปงานศพ อาจารย์ อาคม  เปี้ยวโตมา (มาก็ไม่ค่อยเป็นมงคลเลยเนอะ)

ไปกับเพื่อนเก่าที่ รร สองคน พอไปถึงปุ๊บ ไม่มีเพื่อนๆ รุ่นเราเลยซ๊ากคน  สงสัยจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้จริงๆละมั้ง

ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ที่เราไปงานศพ เห็น ญาติ พี่น้อง ผู้ตาย เศร้าโศกเสียใจ

คนเราก็มีเกิดก็ต้องมีดับแหละน้าาา ซักวันนึง เราก็ต้องเป็นคนๆนั้นเหมือนกัน โชคร้ายที่ ไม่มีใครรู้วัน และเวลาของตัวเอง

พรุ่งนี้จะกลับหอแล้ววว คิดถึงหอจัง^>^ ไม่รู้ทำไมอยากอยู่หอมากกว่าที่บ้าน  ไม่ใ่ช่ว่าไม่คิดถึงพ่อ แม่ นะ
แต่ว่า อยู่หอแล้วสบายใจกว่า อาจจะเป็นเพราะว่าไม่มีใครควบคุมดูแล เราตลอดเวลามั้ง
แต่ จากนี้ไป คงไม่นอกลู่นอกทางหรอก ตั้งใจเรียนให้มันจบก่อน จะทำไรก็ค่อยว่ากันอีกที

เรื่องของหัวใจ มันอยากมีบ้าง ไม่มีบ้าง ลำพัง แค่เรียน เวลาก็เหลือไม่มากแล้ว อยู่กับเพื่อนอีก ก็หมดไปแล้ว วันๆนึง  หลังจากกลางภาคนี้ จะมีงาน และกิจกรรม ถาโถมเข้ามา กลัวเพื่อนๆืท้อกันมาก - - กลัวมันจะซิ่วกัน เยอะเหมือนทุกๆปี  ก็นะ จะพยายามดึงๆกันไว้ ให้มันอยู่กันเยอะที่สุด ใครที่คิดว่า ไม่ใช่สำหรับเค้า เค้าก็คงไม่อยู่หรอก อันนั้น ยอมรับได้ แต่ถ้า เรียนได้ แต่ไม่ตั้งใจแล้ว ไม่เอาเรียนไม่ไหว อย่างนี้.... นะ

เกือบลืมไปเลย ว่าต้องซ้อมลีดด้วย >..< ไม่รู้พี่เค้าเอาอะไรคัดเป็นบรรทัดฐานเนอะ เคยเกือบได้เป็นอยู่เหมือนกันตอนมอห้า แต่แล้วก็ต้องเลิกรา ด้วยปัญหาส่วนตัว~_~

นอกจากนี้ก็ยังมี งานของคณะ ที่อาจารย์โช ได้มอบหมายไว้ 

แง่มมมม กลัวจัดเวลาไม่ทันจริงๆเรย

วันนี้ ก็แพ่มมาเยอะแล้วแหละ ไว้ เล่าให้ฟังวันอื่นมั่ง เดี๋ยวจะไม่มีอะไรจะเล่าเนอะ ^^

ขอบคุณคนที่เข้ามาอ่าน จน...จบ นะค้าบบ ^..^